ฝรั่งถาม “ทำไมจึงต้องมีเงินสินสอด”

เมื่อคบหาดูใจกันได้สักระยะ หลายคนอาจจะเริ่มคิดเรื่องแต่งงาน และเรื่องประเพณีสินสอดของไทยเรา ก็ต้องคิดมากว่า จะพูดถึง จะอธิบายกันอย่างไร สินสอดคืออะไร ทำไมเขาต้องจ่าย ไหนจะค่าจัดงาน ไหนจะค่าเดินทางของเขาหรือเรา ค่าวีซ่า ค่าเริ่มต้นครอบครัว ค่าใช้จ่ายมากมายที่เขาต้องเตรียมตัวจะรับเอาชีวิตเราไปดูแล้ว อีกทั้งประเพณีค่าสินสอด ในต่างประเทศนั้นเคยไม่มี การจะพูดถึงเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เพราะหากพูดผิดไป อธิบายกันไม่เข้าใจ ฝรั่งจะคิดไปว่า ครอบครัวเราอยากจะได้แต่เงินเขา บางคู่จากที่รักกันดีๆ แต่พอมีเรื่องแต่งงานและค่าสินสอดเข้ามา ก็เป็นอันต้องมีปากมีเสียง ทะเราะกันจนเลิกลาไปก็ได้

เหตุผลใดจึงมีประเพณีสินสอดต้องจ่ายเงิน หรือทรัพย์สินให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง
หลายๆบทความหรือโพสต่างๆ คำอธิบายของหลายคน เรียกกันว่า ค่าอุ้มท้อง ค่าน้ำนม ค่าเลี้ยงดู บ้างละ แต่ไม่เห็นมีใครให้เหตุผลที่สามารถเอามาอธิบายให้ฝรั่งเข้าใจได้อย่างชัดเจนเลยว่า ทำไมประเทศไทยจึงมีขนบทำเนียมประเพณีเช่น ฉันจึงได้นำประสบการณ์ที่อ่านและหาเหตุผลตางๆมาประกอบในการอธิบายให้่าที่สามีฟังจนทุกอย่างผ่านพ้นมาได้ด้วยดี

คำอธิบายเรื่องประเพณี เหตุใดจึงจำเป็นต้องมีสินสอดในสมัยก่อน เพราะ สมัยก่อนนั้น ผู้หญิงจะไม่มีทรัพย์สินหรือรายได้จากการทำงานอะไร เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้มีหน้าที่การงานเหมือนผู้ชาย เมื่อแต่งงานไปแล้ว ต้องทำทุกอย่างให้สามีหมด งานบ้าน งานเรือนทุกๆอย่าง หรือแม้กระทั้งการตัดสินใจ จะซื้อข้าวของใดๆต้องผ่านฝ่ายชายเห็นด้วยเท่านั้น เหมือนการมอบชีวิตให้ฝ่ายชายทั้งหมด อาจจะไม่มีเวลาหรือโอกาสกลับมาดูแลพ่อแม่ตัวเองได้ หญิงสาวจะแต่งเข้าบ้านไปดูแลสามี หรือรวมถึงดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ฝ่ายชายด้วย เงินสินสอดนี้ จึงเป็นการตอบแทนพ่อแม่ฝ่ายหญิงให้ท่านสามารถเก็บไว้ดูแลตัวท่านเอง เพราะลูกสาวไม่จำเป็นต้องส่งเงิน ส่งเสียครอบครัวของตัวเองอีกต่อไป และบางครอบครัวฝ่ายหญิงที่มีเงินอยู่แล้ว พ่อแม่จะยังเก็บเงินสินสอดไว้ให้ลูกสาวใช้ในยามจำเป็น เป็นหลักประกันถ้าวันนึ่งตกระกำลำบากมา หรือว่า สามีตาย ไม่มีรายได้อีกต่อไป เพราะเมื่อก่อนไม่มีกฏหมายยกทรัพย์สินให้ภรรยา ส่วนมากพ่อแม่หรือญาติฝ่ายชายได้ทั้งหมด แล้วอาจจะไล่ลูกสะใภ้ออกจากบ้านก็ได้ ดังนั้น เงินสินสอด จึงต้องจ่ายเป็นหลักประกันให้ฝ่ายหญิงในการแต่งงาน ซึ่งทางพ่อแม่ฝ่ายชายเป็นผู้จ่าย มากน้อยตามฐานะของทางบ้านฝ่ายชาย เพื่อเป็นการบอกว่า พ่อแม่ฝ่ายชายขอบคุณและให้เกียรติครอบครัวของฝ่ายหญิง ที่ได้เลี้ยงลูกสาวมาดี มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมเท่าเทียมลูกชายของเขา เขาก็จะให้เยอะ ถ้ามีน้อยอาจจะถ้าบ้านฝ่ายชายรวย มีเงินเยอะ แต่ให้ค่าสินสอดน้อย ก็เหมือนเป็นการดูถูกดูแคลน คุณค่าการเลี้ยงดูของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ซึ่งจริงๆแล้วสมัยก่อน ก็ไม่ได้มีค่าเลี้ยงดูอะไรมากมาย ไม่ต้องส่งเรียนสูงๆ หรือเสียค่าศัลยกรรมเสริมเติมอะไรให้สวย แต่ก็เป็นการสอนมารยาท การบ้านการเรือน หรือ หากเป็นคุณหนู ผู้ดี มีการศึกษา มีผิวพรรณงาม ชายใดไม่ได้แตะต้อง ก็ควรค่ากับเงินสินสอดมากมาย

ในปัจจุบันทันสมัยนี้ สิทธิชายหญิงเท่าเทียมกัน ทั้งการศึกษา การทำงานประกอบอาชีพ จึงมีการถกเถียงเรื่อง ทำไมจึงต้องจ่ายค่าสินสอดให้ฝ่ายหญิงเท่านั้น และยังกล่าวถึงกฏหมายที่คุ้มครองเรื่องสินสมรส และค่าเลี้ยงดูหากมีการหย่าร้างเกิดขึ้น เป็นเหตุให้ฝ่ายชายไม่เห็นด้วยกับการจ่ายค่าสินสอด ซึ่งเหตุผลนี้น่าเห็นใจเช่นกัน ก็คงแล้วแต่จะคิดจะตัดสินใจระหว่างชายหญิงคู่ที่จะแต่งงานกัน ว่าจะทำอย่างไร หรือตกลงกันว่าจะมีค่าสินสอดเท่าไร เพื่อตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ หรือเป็นเงินขวัญถุง ขวัญกำลังใจ บอกให้รู้ว่า ชายคนนี้มีทรัพย์สินมากพอที่จะดูแลและแบ่งปันเป็นหลักประกันความสุขของครอบครัวในอนาคต เพราะหลายคู่ที่แต่งงานก็ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่แล้ว ไม่ได้พาเข้าบ้านไปดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ฝ่ายชายแต่อย่างใด แค่ทั้ง2คนจะต้องเก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัวของตัวเอง

ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ชาวต่างชาติไม่เข้าใจว่าทำไมลูกต้องให้เงินค่าสินสอดหรือเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ เพราะในต่างประเทศลูกเมื่อแต่งงานไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ต้องส่งเงินให้พ่อแม่ เนื่องจากรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจก็จะมีสวัสดิการเงินเลี้ยงผู้สูงอายุ ผู้เกษียณอายุ เป็นเงินมากพอ อาจจะมากกว่าที่ลูกๆทำงานได้มาด้วยซ้ำ ซึ่งก็แต่แตกต่างจากประเทศไทยของเรา พ่อแม่ยามแก่เฒ่ามักจะหวังพึ่งลูกหลานส่งเสียตอบแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูมา

การให้เงินสินสอดจึงเป็นเงินก้อนใหญ่พอควรแก่การเก็บออม ให้ท่านเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น หรือเป็นเงินขวัญถุงเพื่อสร้างบ้าน สร้างอาชีพ แต่ถ้าส่งเสียกันไปตลอด ก็ควรคุยกับท่านว่า ไม่ควรเรียกเยอะเกิน เพราะคงไม่มีใครที่สามารถเป็นผู้ให้ได้ตลอดไป หากเป็นไปได้ควรให้เขาสนับสนุนเรื่องการศึกษาเพิมพูนปัญญา เพื่อหาอาชีพที่ดี นี่คือการสร้างความมั่นคงให้ชีวิต หากเรายังสามารถทำงาน ทำอาชีพได้ก็ควรช่วยกัน และเราจะสามารถแล้ว ตอบแทนบุญคุณท่านด้วยตัวเราเองด้วย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทาง ให้สาวๆคิดวิธีหรือคำพูดของตัวเอง อธิบายให้ว่าที่สามีในอนาคตเข้าใจประเพณีไทยและเราก็เปิดใจเข้าใจเหตุผลของฝรั่งเขาด้วยเช่นกัน ควรเลือกเวลา เลือกโอกาสดีๆในการคุย และไม่ควรเร่งรีบด่วนสรุป เร่งรัดจนเกินไป ให้เวลาเขารู้จักและรักคุณมากๆ เพราะฉันเชื่อว่า ความรักจะทำให้ทุกๆอย่างง่ายขึ้น เขาต้องเข้าใจและอยากดูแลคนที่เขารักให้มีความสุขที่สุดอยู่แล้ว

แชร์ต่อไป

เพิ่มความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *