ภาษารักของเรา

ความรักกับภาษานั้นมาคู่กัน  แต่เมื่อภาษาของเรายังไม่แข็งแรง  ก็ต้องมีความพยายามสื่อสารในทางอื่นๆ อย่าให้การสื่อสารหยุดอยู่เพียงที่คำพูด ต้องรู้จักการสื่อสารในรูปแบบอื่นๆด้วย บางคู่นั้นครองรักกันด้วยการสื่อสารที่เขาสองคนนั้นเข้าใจกันเอง แต่การใช้ชีวิตร่วมกันก็ไม่อาจจะปฎิเสธได้ว่า “การพูดภาษาเดียวกันนั้น  มันมีความหมายระคนชื่นใจ”

กับการสื่อสารเพียงเล็กๆน้อยๆที่แสดงถึงความใส่ใจ ห่วงใย ก็จะทำให้ชีวิตที่อยู่ร่วมกันไม่หยุดชะงักไป เพียงเพราะเราพูดไม่เก่ง เช่น แค่การถามเป็นประโยคสั่นๆ หลังจากเลิกงานว่า

“เหนื่อยไหม” : Are you tired?

“วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นที่ออฟฟิสบ้าง” : What happened in your office today?

“ล้างมือก่อน  แล้วมาทานข้าวกันนะ” : Do you want to wash your hand and come to eat together?

แค่ศึกษาการพูดให้กำลังใจเขา  แค่นี้หัวใจของคนรักของเราก็พองฟู พร้อมกับความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งcouple-love-water-summer-large

เราเคยมองการสื่อสารด้วยการพูดด้วยปลายจมูก  เรารู้จักสาวคนหนึ่งภาษาอังกฤษนั้นอยู่ในระดับอนุบาล   เธอชอบชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อนของเราใช้ภาษาอังกฤษระดับเยี่ยม   แต่เพื่อนของเรากลับไม่ประสบความสำเร็จในการจีบหนุ่มคนนั้น   ด้วยเพราะเราเห็นกับตาว่า  สาวคนนั้นทำท่ามือถือกล้อง แล้วพูดว่า  “แคน ไอ แก็ก แก็ก”  พร้อมทำท่ายกกล้อง(อากาศ)ทำท่าถ่ายรูป  แค่นี้หนุ่มก็เข้าใจแล้วว่า  เธอคนนี้ขอถ่ายรูปด้วย  เพื่อนเราพูดประโยคเต็มรูปแบบถูกหลักไวยากรณ์เป๊ะ  แต่กลับชวด คุยกันได้ไม่นาน ก็ไม่สามารถต่อสายสัมพันธ์ได้

 

สื่อสารได้ทั้งภาษากาย  วาดรูปก็ได้ค่ะ

คู่ของเราแม้ว่าจะพูดภาษาเดียวกัน แต่บ่อยครั้งที่เรามักจะชอบวาดรูปหัวใจดวงใหญ่บนฝ่ามือเขา ก่อนจะวาดรูปหัวใจดวงเล็กๆข้างใน เพียงแค่นั้นก็สื่อความหมายได้ดีกว่าคำพูด เขามักตื้นตันใจ (ดวงตางี้เป็นรูปหัวใจเลยค่ะ  ฮา) แล้วกุมมือเราหนักแน่นก่อนจะจุมพิตคล้ายสัญญากลายๆซึ่งในอนาคตนั้นเราก็ไม่รู้เหมือนว่าอะไรจะเกิดขึ้น

บ่อยครั้งที่เขานั้นแค่มองหน้าของเราก็เดาออกแล้วว่า เราต้องการอะไร บางครั้งเราก็เคยพูดนะคะว่า “คุณเป็นพ่อมดเหรอ ถึงได้เดาใจฉันถูก” ซึ่งกว่าเราจะรู้สาเหตุ ก็เพราะว่าเขานั้นสังเกตนิสัย ท่าทางของเรา จนบางครั้งเราแค่มองหน้าเขา (มีเรื่องจะพูด  แต่จู่ๆ ในหัวดันนึกไม่ออกซะงั้น) เขากลับพูดในสิ่งที่เรานึกอยากจะพูดพอดี บางทีเราก็แก้เก้อตอบไปว่า “เออ เออ….นั่นแหละ” ซึ่งบางครั้งก็กรี๊ดในใจดังๆ เหมือนกันค่ะ แบบว่า “รู้ได้ไงอ่า…โอ้ยเสียฟอร์ม”

couple-532015_1920แรกพบนั้น  มีเพียงภาษาที่เราสองคนสื่อเข้าใจกัน หากเมื่อได้มีโอกาสใช้ชีวิตคู่พยายามเรียนรู้ภาษาบ้านเกิดของเขาแม้ว่ากายจะอยู่ประเทศของใครคนใดคนหนึ่งก็ตาม เราเชื่อว่า คำพูดสั้นๆ “ดูแลตัวเองนะ” ด้วยภาษาแม่ของเขา เพียงแค่นี้หัวใจของเขาก็พองฟูเต็มอกแล้วล่ะค่ะ

หรือจะหา “โค้ดลับภาษาของเราสอง” ที่รู้กัน 2 คนก็ได้นะคะ บางทีก็เอาไว้แกล้งเวลาเขางอนค่ะ เอาไว้ขำๆ หัวเราะปล่อยฟรืดออกมาพร้อมๆ กัน  (เพราะเก็กงอนไม่ไหวแล้ว แก้มมันตุ่ยพร้อมที่จะปล่อยก๊ากออกมาลั่นโลก)

 

“ขอให้ทุกๆ วันคือวันที่เรารักกัน”

บทความแรก ยังทำไม่เก่ง แนะนำหรือติชมได้นะคะ

แชร์ต่อไป

เพิ่มความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *